สารเคมีที่ควบคุมด้วย พรบ.วัตถุอันตราย
Bis(2-ethylhexyl) phthalate ; Dioctyl phthalate
 
 
การจำกัดการใช้ Bis(2-ethylhexyl) phthalate
   
กำหนดไว้ในบัญชีรายชื่อต้องห้ามและ จำกัดการใช้ เป็นส่วนผสมเครื่องสำอางที่ต้องห้ามและ จำกัดการใช้ (Canada List of Prohibited and Restricted Cosmetic Ingredients ;The Cosmetic Ingredient "Hotlist").
   
กฎหมายเครื่องสำอาง EU Cosmetic Directive 76/768/EEC ระบุสารนี้ไว้ใน ภาคผนวก II: รายชื่อสารที่ต้องไม่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
   

(1) กำหนดรายการสารเคมีนี้อยู่ใน Standard for the Uniform Scheduling of Medicines and Posions (SUSMP) ในภาคผนวก C สำหรับการใช้เครื่องสำอาง ซึ่งหมายถึงเป็นสารพิษที่ห้ามขายจัดหาหรือใช้เนื่องจากทราบว่ามีโอกาสเป็นอันตรายต่อมนุษย์และ / หรือสุขภาพสัตว์
(2) คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าและผู้บริโภคของออสเตรเลีย (The Australian Competition and Consumer Commission ; ACCC) ห้ามใช้สารเคมีที่มีปริมาณมากกว่า1% ในของเล่นเด็ก สิ่งของเกี่ยวกับการดูแลเด็กภาชนะสำหรับรับประทานอาหารและเครื่องใช้

   
กำหนดห้ามใช้เป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (New Zealand Cosmetic Products Group Standard - Schedule 4: Components Cosmetic Products Must Not Contain)
   
แหล่งที่มา : https://www.industrialchemicals.gov.au
ข้อมูลสารเคมี
 
ชื่อสารตามประกาศ :
 Bis(2-ethylhexyl) phthalate ; Dioctyl phthalate
ชื่อตาม IUPAC :
 Bis(2-ethylhexyl) benzene-1,2-dicarboxylate
CAS Number :
 117-81-7
Molecular Formula :
 C24H38O4
Chemical Safety :
ข้อมูลทั่วไป :
 เป็นของเหลวที่ไม่มีสีมีกลิ่นเล็กน้อย ละลายได้เล็กน้อยในน้ำ ส่วนใหญ่ที่ผลิตได้จะถูก
 เติมลงในพลาสติกโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สารเคมีที่ทำให้
 พลาสติกมีความยืดหยุ่นเรียกว่าพลาสติไซเซอร์

การนำไปใช้ :
 วัสดุพีวีซีที่มี DEHP ถูกนำมาใช้สำหรับของใช้ในครัวเรือนของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์
 เช่น ผ้าปูโต๊ะ ม่านอาบน้ำ เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้าง เบาะรถยนต์หนังเทียม กระเบื้องปูพื้น
 ท่อ สระว่ายน้ำ ปลอกสายไฟ ชุดกันฝน รองเท้า ของเล่น ตุ๊กตา วัสดุบรรจุภัณฑ์อาหาร
 เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มี DEHP ได้แก่ ถุงให้เลือด สายสวนท่อสำหรับ
 ฟอกไตและทางหลอดเลือดดำ หน้ากากออกซิเจน ถุงปัสสาวะ และถุงน้ำเหลือง


ความเสี่ยง :
 สารกลุ่มพาทาเลตบางชนิดอาจส่งผลให้ระบบฮอร์โมนในร่างกาย เกิดการทำงาน
 ผิดปกติไป หรืออาจสัมพันธ์กับการการเกิดมะเร็งบางชนิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
 ในระยะยาวได้

การได้รับสัมผัส :
 โดยทั่วไปสารเคมีกลุ่มทาเลตเข้าสู่ร่างกายผ่าน 3 ช่องทาง
 1) การรับประทาน โดยผ่านการทานอาหารหรือน้ำที่บรรจุในพลาสติก หรือน้ำดื่มที่ปน
 เปื้อนสารเคมีกลุ่มทาเลต สำหรับเด็กเล็ก อาจเคี้ยวของเล่นพลาสติกนิ่ม หรือผลิตภัณฑ์
 ที่ทำจากสารเคมีกลุ่มทาเลต
 2) การหายใจ โดยผ่านการหายใจเอาฝุ่นละอองในห้องที่มีวอลเปเปอร์ หรือพื้นไวนิล
 ที่มีสารเคมีกลุ่มทาเลต
 3) สัมผัสกับผิวหนัง โดยการสัมผัสหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมีกลุ่มทาเลต

แหล่งที่มา :
 https://echa.europa.eu/substance-information/-/substanceinfo/100.003.829
   
ปริมาณการผลิตและนำเข้า Bis(2-ethylhexyl) phthalate ของประเทศไทย
 
แหล่งที่มา : ศูนย์พัฒนานโยบายแห่งชาติด้านสารเคมี